เริ่มฤดูสอบ GAT แล้ว ทำความเข้าใจกับข้อสอบกัน!!
posted on 06 Mar 2009 16:23 by conan1414 in Experience
สวัสดีครับผู้อ่านบลอคทุกท่าน
อีกไม่กี่วันก็จะขึ้นต้นฤดูการสอบ GAT และ PAT แล้ว ซึ่งก็เข้าใจกันดีว่าไม่มีใครหน้าไหนอยากจะสอบมันหรอก แต่เนื่องจากว่ามันคือมาตรฐาน!! (ประชด) ของการรับคนเข้าไปเป็นเครื่องจักรภายในคอกมหาวิทยาลัย ก็ต้องยอมเขาอย่างช่วยไม่ได้ (ช่วยไม่ได้ บ่น ๆ ไม่ยอมประท้วงกันเอง)
อย่าเพิ่งกระทืบเจ้าของบลอคไป เจ้าของบลอคนี้ก็สอบเหมือนกัน (ฮา ๆ)
ในการสอบ GAT และ PAT สิ่งที่ห้ามลืมและถือกฎใหม่เลยก็คือ "ห้ามนำนาฬิกามือถือและโทรศัพท์มือถือเข้ามาภายในห้องสอบเด็ดขาด" พวกผู้ใหญ่เขาบอกว่าเป็นสิ่งที่ทุจริตได้ และ "ออกห้องสอบไม่ได้จนกว่าจะหมดเวลา" ซึ่งถ้าเสร็จก่อนละก็ เตรียมหาท่าเต้นหรืออะไรฆ่าเวลาได้เลย ซึ่งอาจจะเป็นปั่นแปะ เป่ายิงฉุบ หรือหมุนปากกาทายอนาคต หรือจะเป็นการออกกำลังคอ แขน ขา ฯลฯ
ข้อสอบ GAT จากข้อสอบ B-GAT ซึ่งเป็นตัวอย่างข้อสอบจากองค์การเนียส (ถ้ายังไม่ทราบว่าคืออะไรลองย้อนอ่านที่เอ็นทรี่ที่ผมบ่นเรื่อง GAT PAT ไป) ซึ่งข้อสอบ B-GAT จะแบ่งเป็น 2 Part ใหญ่ ๆ
Part II ก็เป็นข้อสอบแบบหาข้อถูกและฝนคำตอบลงไปก็เพียงเท่านั้น แต่ข้อสอบแบบ Part I ไม่ใช่แบบนั้น
ซึ่งผมตั้งชื่อ Part I ไว้ว่า "Mind Map บ้าบอนรก"
ทำไมถึงบ้าบอนรกน่ะหรือ ?? ลักษณะของ Part I นี้จะเป็นบทความหลายบรรทัดมาให้ ซึ่งคนสอบก็อ่านมันเข้าไป และภายในบทความนั้นก็จะมีคำที่เน้นเป็นตัวหนาขึ้นมา ซึ่งคำที่เน้นเป็นตัวหนานี้คือ "คำที่กำหนดให้เราสร้างเป็น Mind Map เพื่อวิเคราะห์" (ซึ่งใน B-GAT จะมีทั้งหมด 20 คำด้วยกัน)
ดูข้อสอบ B-GAT ประกอบไปด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าที่ไหนก็คลิกลิ้งค์เลยครับ
หลังจากเมื่อเราอ่านจบแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะสร้าง Mind Map ความคิดจากบทความทั้งหมดครับ โดยวิธีการสร้าง Mind Map นั้นจะต้องสร้างให้สัมพันธ์ตามเนื้อเรื่องครับ
สัญลักษณ์ที่ใช้ใน Mind Map จะมีอยู่ 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่

สัญลักษณ์ลูกศรชี้จากหัวข้อหนึ่งไปอีกหัวข้อหนึ่ง จะใช้สัญลักษณ์นี้ต่อเมื่อ "เป็นผลโดยตรง" และ "เกิดขึ้นในเวลาต่อมา" จากในรูปจะตีความได้ว่า "A เป็นผลทำให้เกิด B" หรือ "เกิด A หรือทำ A ขึ้น แล้ว B จะเกิดขึ้นในเวลาต่อมา"
ตัวอย่าง: เมื่อเราทำจานแตก เวลาต่อมาก็จะถูกแม่ดุ (A = จานแตก, B = แม่ดุ)

สัญลักษณ์เส้นขีดไม่มีหัวลูกศรจากหัวข้อหนึ่งไปอีกหัวข้อหนึ่ง จะใช้สัญลักษณ์นี้ก็ต่อเมื่อ "เป็นส่วนประกอบ, เป็นองค์ประกอบ หรือความหมาย" จากในรูปจะสามารถตีความได้ว่า "A เป็นส่วนประกอบของ B หรือเป็นองค์ประกอบของ B"
ตัวอย่าง: องค์ประกอบของน้ำคือไฮโดรเจนเป็นส่วนใหญ่ (A = น้ำ, B = ไฮโดรเจน)

สัญลักษณ์เส้นลูกศรชี้จากหัวข้อหนึ่งไปอีกหัวข้อหนึ่งและมีกากบาทคร่อม จะใช้สัญลักษณ์นี้ก็ต่อเมื่อ "ถูกลด, ยับยั้ง, ป้องกัน, ห้าม และขัดขวาง" จากในรูปสามารถตีความได้ว่า "A ยับยั้งให้เกิด B หรือห้ามทำให้เกิด B ขัดขวางทำให้เกิด B"
ตัวอย่าง: เพื่อนเลวจะทำให้ผลการเรียนลดลง (A = เพื่อนเลว, B = ผลการเรียน)
อันนี้คือ Mind Map ในข้อสอบ B-GAT ที่ผมทำไว้ครับ ซึ่งไม่รู้ว่ามันถูกไหม สั่วกระจายครับ (ฮา ๆ)
หลังจากที่เราทำเป็น Mind Map ได้แล้ว ก็ถึงเวลาแกะรหัสเส้นทางที่เราทำครับ โดยภายในข้อสอบจะมีตารางให้เราทำการใส่รหัสคำตอบลงไปครับโดยรหัสคำตอบจะเป็นดังนี้
รหัสคำตอบจะประกอบไปด้วย "เลขกำกับเป้าหมายและตัวอักษรบอกผลกระทบ"
เลขกำกับเป้าหมายจะอยู่ที่ตารางครับ ส่วนตัวอักษรบอกผลกระทบจะมีดังนี้ครับ (มีอธิบายในข้อสอบนะ)
A = ถ้าผลที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือผลที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา
D = ถ้าผลที่เกิดขึ้นเป็นส่วนประกอบ องค์ประกอบ ความหมา
F = ถูกลด ป้องกัน ยับยั้ง ห้าม ขัดขวาง
* หากว่าไม่มีเป้าหมายที่วิ่งต่อ ในหมายเลขกำกับนั้นจะใส่รหัสคำตอบเป็น 99H
ตัวอย่าง
A นั้นประกอบด้วย C และเมื่อเกิด A ขึ้นแล้ว ในเวลาต่อมาจะเกิด B และ D มีการทำให้ B มีการลดลงไป
Mind Map ก็ออกมาประมาณนี้ครับ

ตารางรหัสคำตอบ จะมีลักษณะนี้ครับ
| เลขกำกับ | ข้อความที่กำหนด | ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ | |
| 01 | A | ||
| 02 | B | ||
| 03 | C | ||
| 04 | D | ||
ข้อความที่กำหนดมาให้ในข้อความที่กำหนดนั้นจะเป็นข้อความที่เป็นตัวหนาภายในบทความที่เราอ่านไปครับ เราจะเริ่มพิจารณากันเลยดีกว่าครับ
รหัสคำตอบจะใส่ได้อย่างไร ดูจากในข้อความที่กำหนดและลูกศรที่ออกไปจากข้อความนั้น ๆ ครับ โอ๊ส! เริ่มจาก A เลยละกัน
ดูจาก A เลยครับว่ามีลูกศรออกจากตัวมันวิ่งไปที่ไหนบ้าง ใน Mind Map เรามีวิ่งไปที่ B ใช่ไหมเอ่ย ?? แล้ววิ่งไปแบบลูกศรตรงใช่ไหมครับ
เลขกำกับเป้าหมายก็คือ ลูกศร A วิ่งไปที่ B เลขกำกับเป้าหมายก็คือ 02 (A วิ่งไปยัง B) ส่วนรหัส ลูกศรตรงจะใ้ช้ A เป็นตัวอักษรบอกผลกระทบ ได้แล้วในส่วนของ A คำตอบคือ 02A ใส่คำตอบพักไว้เลยครับ
| เลขกำกับ | ข้อความที่กำหนด | ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ | |
| 01 | A | 02A | |
| 02 | B | ||
| 03 | C | ||
| 04 | D | ||
แต่ของ A ก็ยังดูเหมือนไม่หมด เพราะว่า A ประกอบไปด้วย C นั่นเอง พิจารณาเลยครับว่า C มีเลขกำกับอะไร (พอจะเข้าใจกับคำว่าเลขเป้าหมายมากขึ้นไหมครับ) ส่วนตัวอักษรบอกผลประกอบ ส่วนประกอบเราจะใช้ D ได้คำตอบอีกอันแล้ว 03D ใส่คำตอบพักไว้โลด
| เลขกำกับ | ข้อความที่กำหนด | ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ | |
| 01 | A | 02A | 03D |
| 02 | B | ||
| 03 | C | ||
| 04 | D | ||
ของ A คงหมดแล้วนะ มาดู B บ้างดีกว่า
จากใน Mind Map จะเห็นได้ว่า B ไม่มีลูกศรวิ่งออกไปจากตัวมันไปยังใครเลย เพราะฉะนั้นตามเงื่อนไข คือ "ใส่ 99H" นั่นเอง ใส่คำตอบพักไว้เลยครับ
| เลขกำกับ | ข้อความที่กำหนด | ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ | |
| 01 | A | 02A | 03D |
| 02 | B | 99H | |
| 03 | C | ||
| 04 | D | ||
มาดู C กันบ้างดีกว่า เหมือนว่า C ก็ไม่มีอะไรวิ่งออกไปจากตัวมันเลยด้วยเหมือนกัน ก็ใส่ 99H ไว้ที่ช่อง 03 เลยครับ
| เลขกำกับ | ข้อความที่กำหนด | ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ | |
| 01 | A | 02A | 03D |
| 02 | B | 99H | |
| 03 | C | 99H | |
| 04 | D | ||
สุดท้ายก็มาที่ D ครับ จาก Mind Map จะเห็นได้ว่า D มีลูกศรกากบาทวิ่งไปยัง B ด้วย เลขกำกับเป้าหมายก็คือ 02 (เพราะวิ่งไปหา B) และตัวอักษรบอกผลกระทบก็คือ F นั่นเอง เพราะว่า D ทำให้ B ลด (จากในบทความ) ได้แล้ว !! 02F ใส่โลดครับ
| เลขกำกับ | ข้อความที่กำหนด | ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ | |
| 01 | A | 02A | 03D |
| 02 | B | 99H | |
| 03 | C | 99H | |
| 04 | D | 02F | |
ไม่เหลืออะไรแล้วเน้อ จบครับจบ
อัพซะยาวโฮกเลย ยังไงก็หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจกับ Mind Map บ้าบอนรกนี่มาขึ้นนะครับ แล้วที่สำคัญถ้าไม่มั่นใจอย่าตอบนะครับ เพราะว่าตอบผิดโดนหัก 2.5 คะแนน โดยหักภายในข้อนะครับ ไม่ใช่หักจากคะแนนรวม ยังไงตอนทำก็ระวัง ๆ ด้วยนะครับ
ข้อสอบ GAT Part I นี้ ใครเป็นแพทย์หรือเคยสอบแพทย์มาแล้วจะเก็ทอย่างแน่นอนครับ องค์การเนียสใช้มุขของการสอบเข้าแพทย์ครับ ซึ่งคำถามจะเป็นลักษณะนี้เลย ยังไงชาวมัธยมปลายก็สู้ ๆ กันหน่อยละครับ>
หวังว่าเอ็นทรี่นี้คงจะช่วยผู้ที่กำลังไปสอบและยังไม่ทราบกับมันไม่มากก็น้อยนะครับผม เอ็นทรี่นี้ก็จบเพียงเท่านี้ละครับ มีอะไรก็จะอัพเดตเพิ่มเติมครับ ลาก่อนเน้



ดีที่ไม่ได้เกิดเป็นเด็กรุ่นนี้ 55
#1 By เด็กวัดจอมทะเล้น on 2009-03-06 18:06