สวัสดีครับผู้อ่านบลอคทุกท่าน

อีกไม่กี่วันก็จะขึ้นต้นฤดูการสอบ GAT และ PAT แล้ว ซึ่งก็เข้าใจกันดีว่าไม่มีใครหน้าไหนอยากจะสอบมันหรอก แต่เนื่องจากว่ามันคือมาตรฐาน!! (ประชด) ของการรับคนเข้าไปเป็นเครื่องจักรภายในคอกมหาวิทยาลัย ก็ต้องยอมเขาอย่างช่วยไม่ได้ (ช่วยไม่ได้ บ่น ๆ ไม่ยอมประท้วงกันเอง)

อย่าเพิ่งกระทืบเจ้าของบลอคไป เจ้าของบลอคนี้ก็สอบเหมือนกัน (ฮา ๆ)

ในการสอบ GAT และ PAT สิ่งที่ห้ามลืมและถือกฎใหม่เลยก็คือ "ห้ามนำนาฬิกามือถือและโทรศัพท์มือถือเข้ามาภายในห้องสอบเด็ดขาด" พวกผู้ใหญ่เขาบอกว่าเป็นสิ่งที่ทุจริตได้ และ "ออกห้องสอบไม่ได้จนกว่าจะหมดเวลา" ซึ่งถ้าเสร็จก่อนละก็ เตรียมหาท่าเต้นหรืออะไรฆ่าเวลาได้เลย ซึ่งอาจจะเป็นปั่นแปะ เป่ายิงฉุบ หรือหมุนปากกาทายอนาคต หรือจะเป็นการออกกำลังคอ แขน ขา ฯลฯ

ข้อสอบ GAT จากข้อสอบ B-GAT ซึ่งเป็นตัวอย่างข้อสอบจากองค์การเนียส (ถ้ายังไม่ทราบว่าคืออะไรลองย้อนอ่านที่เอ็นทรี่ที่ผมบ่นเรื่อง GAT PAT ไป) ซึ่งข้อสอบ B-GAT จะแบ่งเป็น 2 Part ใหญ่ ๆ

Part II ก็เป็นข้อสอบแบบหาข้อถูกและฝนคำตอบลงไปก็เพียงเท่านั้น แต่ข้อสอบแบบ Part I ไม่ใช่แบบนั้น

ซึ่งผมตั้งชื่อ Part I ไว้ว่า "Mind Map บ้าบอนรก"

ทำไมถึงบ้าบอนรกน่ะหรือ ?? ลักษณะของ Part I นี้จะเป็นบทความหลายบรรทัดมาให้ ซึ่งคนสอบก็อ่านมันเข้าไป และภายในบทความนั้นก็จะมีคำที่เน้นเป็นตัวหนาขึ้นมา ซึ่งคำที่เน้นเป็นตัวหนานี้คือ "คำที่กำหนดให้เราสร้างเป็น Mind Map เพื่อวิเคราะห์" (ซึ่งใน B-GAT จะมีทั้งหมด 20 คำด้วยกัน)

ดูข้อสอบ B-GAT ประกอบไปด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าที่ไหนก็คลิกลิ้งค์เลยครับ

หลังจากเมื่อเราอ่านจบแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะสร้าง Mind Map ความคิดจากบทความทั้งหมดครับ โดยวิธีการสร้าง Mind Map นั้นจะต้องสร้างให้สัมพันธ์ตามเนื้อเรื่องครับ

สัญลักษณ์ที่ใช้ใน Mind Map จะมีอยู่ 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่


สัญลักษณ์ลูกศรชี้จากหัวข้อหนึ่งไปอีกหัวข้อหนึ่ง จะใช้สัญลักษณ์นี้ต่อเมื่อ "เป็นผลโดยตรง" และ "เกิดขึ้นในเวลาต่อมา" จากในรูปจะตีความได้ว่า "A เป็นผลทำให้เกิด B" หรือ "เกิด A หรือทำ A ขึ้น แล้ว B จะเกิดขึ้นในเวลาต่อมา"

ตัวอย่าง: เมื่อเราทำจานแตก เวลาต่อมาก็จะถูกแม่ดุ (A = จานแตก, B = แม่ดุ)


สัญลักษณ์เส้นขีดไม่มีหัวลูกศรจากหัวข้อหนึ่งไปอีกหัวข้อหนึ่ง จะใช้สัญลักษณ์นี้ก็ต่อเมื่อ "เป็นส่วนประกอบ, เป็นองค์ประกอบ หรือความหมาย" จากในรูปจะสามารถตีความได้ว่า "A เป็นส่วนประกอบของ B หรือเป็นองค์ประกอบของ B"

ตัวอย่าง: องค์ประกอบของน้ำคือไฮโดรเจนเป็นส่วนใหญ่ (A = น้ำ, B = ไฮโดรเจน)


สัญลักษณ์เส้นลูกศรชี้จากหัวข้อหนึ่งไปอีกหัวข้อหนึ่งและมีกากบาทคร่อม จะใช้สัญลักษณ์นี้ก็ต่อเมื่อ "ถูกลด, ยับยั้ง, ป้องกัน, ห้าม และขัดขวาง" จากในรูปสามารถตีความได้ว่า "A ยับยั้งให้เกิด B หรือห้ามทำให้เกิด B ขัดขวางทำให้เกิด B"

ตัวอย่าง: เพื่อนเลวจะทำให้ผลการเรียนลดลง (A = เพื่อนเลว, B = ผลการเรียน)

อันนี้คือ Mind Map ในข้อสอบ B-GAT ที่ผมทำไว้ครับ ซึ่งไม่รู้ว่ามันถูกไหม สั่วกระจายครับ (ฮา ๆ)

หลังจากที่เราทำเป็น Mind Map ได้แล้ว ก็ถึงเวลาแกะรหัสเส้นทางที่เราทำครับ โดยภายในข้อสอบจะมีตารางให้เราทำการใส่รหัสคำตอบลงไปครับโดยรหัสคำตอบจะเป็นดังนี้

รหัสคำตอบจะประกอบไปด้วย "เลขกำกับเป้าหมายและตัวอักษรบอกผลกระทบ"

เลขกำกับเป้าหมายจะอยู่ที่ตารางครับ ส่วนตัวอักษรบอกผลกระทบจะมีดังนี้ครับ (มีอธิบายในข้อสอบนะ)

A = ถ้าผลที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือผลที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา
D = ถ้าผลที่เกิดขึ้นเป็นส่วนประกอบ องค์ประกอบ ความหมา
F = ถูกลด ป้องกัน ยับยั้ง ห้าม ขัดขวาง

* หากว่าไม่มีเป้าหมายที่วิ่งต่อ ในหมายเลขกำกับนั้นจะใส่รหัสคำตอบเป็น 99H

ตัวอย่าง

A นั้นประกอบด้วย C และเมื่อเกิด A ขึ้นแล้ว ในเวลาต่อมาจะเกิด B และ D มีการทำให้ B มีการลดลงไป

Mind Map ก็ออกมาประมาณนี้ครับ



ตารางรหัสคำตอบ จะมีลักษณะนี้ครับ

เลขกำกับ ข้อความที่กำหนด ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ
01 A    
02 B    
03 C    
04 D    

ข้อความที่กำหนดมาให้ในข้อความที่กำหนดนั้นจะเป็นข้อความที่เป็นตัวหนาภายในบทความที่เราอ่านไปครับ เราจะเริ่มพิจารณากันเลยดีกว่าครับ

รหัสคำตอบจะใส่ได้อย่างไร ดูจากในข้อความที่กำหนดและลูกศรที่ออกไปจากข้อความนั้น ๆ ครับ โอ๊ส! เริ่มจาก A เลยละกัน

ดูจาก A เลยครับว่ามีลูกศรออกจากตัวมันวิ่งไปที่ไหนบ้าง ใน Mind Map เรามีวิ่งไปที่ B ใช่ไหมเอ่ย ?? แล้ววิ่งไปแบบลูกศรตรงใช่ไหมครับ

เลขกำกับเป้าหมายก็คือ ลูกศร A วิ่งไปที่ B เลขกำกับเป้าหมายก็คือ 02 (A วิ่งไปยัง B) ส่วนรหัส ลูกศรตรงจะใ้ช้ A เป็นตัวอักษรบอกผลกระทบ ได้แล้วในส่วนของ A คำตอบคือ 02A ใส่คำตอบพักไว้เลยครับ

เลขกำกับ ข้อความที่กำหนด ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ
01 A  02A  
02 B    
03 C    
04 D    

แต่ของ A ก็ยังดูเหมือนไม่หมด เพราะว่า A ประกอบไปด้วย C นั่นเอง พิจารณาเลยครับว่า C มีเลขกำกับอะไร (พอจะเข้าใจกับคำว่าเลขเป้าหมายมากขึ้นไหมครับ) ส่วนตัวอักษรบอกผลประกอบ ส่วนประกอบเราจะใช้ D ได้คำตอบอีกอันแล้ว 03D ใส่คำตอบพักไว้โลด

เลขกำกับ ข้อความที่กำหนด ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ
01 A  02A  03D
02 B    
03 C    
04 D    

ของ A คงหมดแล้วนะ มาดู B บ้างดีกว่า

จากใน Mind Map จะเห็นได้ว่า B ไม่มีลูกศรวิ่งออกไปจากตัวมันไปยังใครเลย เพราะฉะนั้นตามเงื่อนไข คือ "ใส่ 99H" นั่นเอง ใส่คำตอบพักไว้เลยครับ

เลขกำกับ ข้อความที่กำหนด ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ
01 A  02A  03D
02 B  99H  
03 C    
04 D    

มาดู C กันบ้างดีกว่า เหมือนว่า C ก็ไม่มีอะไรวิ่งออกไปจากตัวมันเลยด้วยเหมือนกัน ก็ใส่ 99H ไว้ที่ช่อง 03 เลยครับ

เลขกำกับ ข้อความที่กำหนด ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ
01 A  02A  03D
02 B  99H  
03 C  99H  
04 D    

สุดท้ายก็มาที่ D ครับ จาก Mind Map จะเห็นได้ว่า D มีลูกศรกากบาทวิ่งไปยัง B ด้วย เลขกำกับเป้าหมายก็คือ 02 (เพราะวิ่งไปหา B) และตัวอักษรบอกผลกระทบก็คือ F นั่นเอง เพราะว่า D ทำให้ B ลด (จากในบทความ) ได้แล้ว !! 02F ใส่โลดครับ

เลขกำกับ ข้อความที่กำหนด ร่างรหัสคำตอบที่จะระบายในกระดาษคำตอบ
01 A  02A  03D
02 B  99H  
03 C  99H  
04 D  02F  

ไม่เหลืออะไรแล้วเน้อ จบครับจบ


อัพซะยาวโฮกเลย ยังไงก็หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจกับ Mind Map บ้าบอนรกนี่มาขึ้นนะครับ แล้วที่สำคัญถ้าไม่มั่นใจอย่าตอบนะครับ เพราะว่าตอบผิดโดนหัก 2.5 คะแนน โดยหักภายในข้อนะครับ ไม่ใช่หักจากคะแนนรวม ยังไงตอนทำก็ระวัง ๆ ด้วยนะครับ

ข้อสอบ GAT Part I นี้ ใครเป็นแพทย์หรือเคยสอบแพทย์มาแล้วจะเก็ทอย่างแน่นอนครับ องค์การเนียสใช้มุขของการสอบเข้าแพทย์ครับ ซึ่งคำถามจะเป็นลักษณะนี้เลย ยังไงชาวมัธยมปลายก็สู้ ๆ กันหน่อยละครับ>
หวังว่าเอ็นทรี่นี้คงจะช่วยผู้ที่กำลังไปสอบและยังไม่ทราบกับมันไม่มากก็น้อยนะครับผม เอ็นทรี่นี้ก็จบเพียงเท่านี้ละครับ มีอะไรก็จะอัพเดตเพิ่มเติมครับ ลาก่อนเน้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูยุ่งยากจังเลยอ่ะ

ดีที่ไม่ได้เกิดเป็นเด็กรุ่นนี้ 55
โอ้ขอบคุณค่ะcry
เก็บความรู้เก็บๆๆopen-mounthed smile

#2 By soul-ce on 2009-03-06 18:07

mind map ที่จขบ.ทำไว้ดูแล้วเป็นระเบียบ เข้าใจง่ายดี
ของเรานี่เละ มั่วไปหมด 55 ต้องไปฝึกทำใหม่ละ sad smile

ขอบคุณมากๆค่ะ cryHot!

#3 By BabyQ ♥ on 2009-03-06 18:16

โอ...ยุ่งยากพอดูเลย
สอบพรุ่งนี้แล้วสิangry smile
ยุ่งยากจังเนอะ..

โชคดีที่เกิดมานานแล้วแฮะเรา sad smile sad smile

#5 By ►Junsh◎ku on 2009-03-06 18:44

เพิ่งรู้ล่ะครับว่ามี Part I ด้วย =[]="
เฮ้อ เห็นแล้วเหนื่อยใจ

#6 By • L e r u s e L ◘ on 2009-03-06 18:50

โห...ยุ่งยากมากมายค่ะ

โดยเฉพาะ mind map นั่น

แต่ก็ขอบคุณมากเลยนะคะ เขียนเข้าใจง่ายสุดๆ
เพราะที่เราดูจากเว็บ niets นี่ไม่เข้าใจอ่ะค่ะ
ตัวหนังสืออะไรไม่รู้เต็มหน้าไปหมด TT^TT

ให้ไปทำความเข้าใจอีกทีพรุ่งนี้มีหวังหมดเวลาไปกับคำอธิบาย 55

#7 By HN * : ) on 2009-03-06 18:57

โอ้ GAT มี เชื่อม โยง ด้วย

555 โชคดีที่ ผมเคย ฝึก ทำ เชื่อมโยงของ แพทย์ มา

แล้ว ไม่ นึก ว่า จะ เอา มา ออก ด้วย จริง ๆ ๆ หมู และ ที นี้
เขา บอก ว่า eng gat ยาก จิง ปะ พี่ เห็น คน บ่น พรึบ

เด่ว สอบ เข้า ม. ปี 53 นู่น (เรียนปี 54 - * -)

เปลี่ยน ระ บบ สอบ ทำ ไม คร้าบบ สทศ

#8 By เป๊ะ (124.122.155.216) on 2009-04-26 17:14

ตอบคอมเมนต์ที่ 8 ครับ surprised smile
GAT Part II หรือ English น่ะหรือ ???

เอาเป็นว่าเป็นศัพท์ที่ไม่ได้เห็นบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวันละครับ sad smile
ตรง Conver อาจจะคุ้นบ้าง แต่หลัง ๆ นี่ เดารากศัพท์บางทียังไม่ได้เลย

#9 By kunemata on 2009-05-09 18:51

เก็ท ขึ้นหน่อย...

ขอบคุงค่า

#10 By jane (113.53.1.99) on 2009-05-16 20:48

ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาข้อสอบแบบแพทย์มาให้ทำ
เรามะใช่อัจฉริยะซะหน่อย..อีกอย่างไม่ได้อยากเป็น
แพทย์นี่ ขอข้อสอบแบบธรรมดามะได้หรอ
มานงง มาก ๆๆๆ เยย
เห้อ เห็นและท้อ

#11 By NAS (124.121.83.52) on 2009-05-17 10:36

งง
วะ

#12 By namwaan (125.26.243.150) on 2009-10-02 11:06

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ งง!อยู่นานเลย

#13 By ann (125.27.9.76) on 2009-10-06 15:26

ขอบคุนมากๆๆๆ คับ

พุ่งนี้จาสอบละ

มาอ่านพอจาเข้าใจนิหน่อยละbig smile

#14 By non (58.9.35.70) on 2009-10-09 22:58

บังเอิญหลงเข้ามาค่ะ sad smile
ตั้งใจจะซิ่วแหละ (เพิ่งคิดได้มะวาน เหอๆๆ)

จากที่ไม่เข้าใจGatเลยซักกะติ๊ด
บัดนี้ได้ค.กระจ่างแล้วค่ะbig smile


ขอขอบพระคุณทั่นเจ้าของบล็อกเป็นอย่างยิ่งคร่า

อิอิconfused smile

#15 By Gib (161.200.255.162) on 2009-12-10 13:19