สวัสดีครับผู้ที่เข้ามาอ่านบลอคทุกท่าน

หลาย ๆ คนก็คงได้ไปสอบ GAT PAT กัน โดยรุ่นผมเป็นรุ่นแรก (ม.5 จะขึ้น ม.6) ซึ่งเป็นระบบที่ทำขึ้นโดยองค์การเนียส (สทศ - NIETS) โดยระบบนี้เป็นระบบที่สร้างความปวดหัวให้แทบทุกคนเลยก็ว่าได้ ทั้งนักเรียน ครูอาจารย์ ผู้ปกครอง และรุ่นต่อ ๆ ไป

ในแผนของระบบ Admission 53 หรือระบบรับนักเรียนเข้าไปเป็นหุ่นยนต์ในคอกมหาลัย จะมีการใช้ GPAX O-Det เอ้ย!! O-Net และ GAT PAT โดย A-Net จะไม่มีอีกแล้ว ซึ่งในระบบ Admission ก็จะมีสอบ GAT PAT O-Net และ GPAX เป็นปัจจัยในการรับพิจารณาเข้าสู่มหาวิทยาลัยรัฐ

ความรู้สึกของผมของระบบนี้เป็นแบบไหนน่ะรึ ?? คงพูดได้คำเดียวว่า "ล้มเหลวไปได้อีก"

ทำไมล้มเหลวไปได้อีกน่ะรึ ?? มันล้มมาตั้งแต่ O-Net แล้ว !! พอมี GAT PAT มามันก็เน่าได้อีก

GPAX ตัดทิ้งไปได้แล้ว!! แต่ละโรงเรียนมาตรฐานมันไม่เหมือนกัน ส่วน O-Net สายสิญจน์สอบแยกกับสายวิทย์มันจะดีกว่าไหม ?? สายวิทย์บางโรงเรียนไม่ได้เรียนนาฏศิลป์ แล้วเขาจะทำได้ไหม สายสิญจน์บางโรงเรียนไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์แบบลึก แล้วเขาจะทำฟิสิกส์ ชีววิทยา และเคมีได้หรือ ??


ความรู้สึกกับ GAT (ความถนัดทั่วไป)

สอบ GAT ไม่ต่างกับกำลังนั่งทำข้อสอบเข้าแพทย์ครับ ใครที่เคยสอบเข้าแพทย์ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ว่าสำหรับมือใหม่อย่างเรา ๆ มันเป็นอะไรที่เข้าใจยากมาก ๆ คำสั่งและวิธีการทำมีอธิบายทั้งหมด 3 หน้าด้วยกัน!! เด็กมือใหม่อย่างเราจะสามารถเข้าใจในเวลาเร็วได้หรือ ?? ในห้องสอบ GAT เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วผมยังเห็นบางคนยังไม่เข้าใจกับวิธีการทำเลย ยังพลิกอ่านไปมาให้วุ่นวายไปได้อีก

ข้อสอบ GAT จะแบ่งออกเป็น 2 Part ด้วยกัน โดยแบ่งทำ Part ละ 1 ชัั่วโมงครึ่ง แบ่งเป็น Part ไทยและอังกฤษ โดย Part I จะเป็นภาษาไทย จะมีบทความมาให้อ่าน และจะมีคำที่กำหนดมาให้ ซึ่งเราต้องเอาคำที่กำหนดให้มาสร้างเป็น Mind Map ให้มีความสัมพันธ์กับบทความที่ให้มา และเมื่อเราสร้าง Mind Map เสร็จแล้วก็ต้องแกะเป็นรหัสคำตอบเพื่อไปฝนใน Answer Sheet

วิธีทำข้อสอบแบบนี้ ผมได้อธิบายไปแล้วในเอ็นทรี่เกี่ยวกับวิธีการทำข้อสอบ GAT

ส่วน Part II จะเป็นภาษาอังกฤษ มีทั้งหมด 60 ข้อด้วยกัน เลือกคำตอบที่ถูก ศัพท์ไฮโซทั้งนั้น ถือได้ว่ายากมาก ๆ สำหรับชาวเราที่สอบครั้งแรก เพราะว่าเดารากศัพท์ไม่ได้เลย และมีแต่ศัพท์ที่ไม่คุ้นตาทั้งนั้นอีกต่างหาก พูดได้คำเดียวว่ายากมาก ๆ พอควร

ความรู้สึก GAT ของผม ผมว่าดูเหมือนที่จะวัดความถนัดทั่วไปได้ แต่จริง ๆ ไม่ได้วัดความถนัดทั่วไปเลย เห็นวัดความถนัดด้านของความรู้ด้านภาษาอังกฤษและการวิเคราะห์การดำเนินของบทความไปซะมากกว่า ความรู้สึกของ Part I ผมเหมือนกับว่ากำลังสอบเข้าแพทย์อยู่ยังไงยังงั้นสิ และ Mind Map บางทีนั้นก็สามารถโยงเป็นไปได้หลายแบบอีกขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะคิดแบบไหนไป ซึ่งผมคิดว่าคำตอบที่มันจะเป๊ะ ๆ มันอาจจะไม่ถูกต้อง เพราะแต่ละคนก็มีความคิดไม่เหมือนกันและไม่ตายตัว

ส่วน Part II ออกข้อสอบให้เบา ๆ กว่านี้หน่อยก็ได้มั้ง ภาษาอังกฤษจะสื่อสารกันแทนภาษาไทยไปแล้วหรือ ?? เพราะศัพท์สูง ๆ เด็กก็ไม่ได้เรียนมาเหมือนกัน

มุมกลับของหลาย ๆ คนที่บอกว่า ไม่รู้จักท่องศัพท์ก็ทำไม่ได้เอง ช่วยไม่ได้ ผมก็บอกได้แต่คำเดียวว่า "ลองมาสอบเอง จะตอบคำถามทุกอย่างได้ดีที่สุด" คำตอบผมเหมือนจะทุเรศในสายตาหลาย ๆ คนโดยเฉพาะผู้ใหญ่หัวรั้น แต่คำตอบอื่นมันก็ไม่สามารถแทนได้เหมือนกับคำตอบนี้แล้ว

ความรู้สึกกับ PAT (ความถนัดเฉพาะด้าน)

ส่วน PAT ความถนัด (ซึ่งผมว่ามันเป็นความเก่งกาจมากกว่า) ซึ่งข้อสอบแต่ละอย่างบอกได้คำเดียวว่าออกกว้างมาก ตั้งแต่ ม.4 ถึง ม.6 ซึ่งจะเอาแต่ละเรื่องต่าง ๆ มาคละเคล้าปะปนกันไปมากมายไปหมด งานนี้ใครอ่านและท่องจำอย่างเดียวก็สามารถทำได้ไม่ยากเลย แต่ละ PAT นั้นจำนวนข้อไม่เท่ากันนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อหามากน้อยเท่าใดหรือเป็นแบบไหน

ความรู้สึกกับ PAT ของผม ข้อสอบจากที่ลองทำมาแล้ว เหมือนกับว่าใครอ่านได้มากก็ทำได้ ใครท่องได้มากก็ได้ไป เหมือนกับปลูกฝังให้เด็กอ่านมาก ๆ คร่ำเคร่งอ่าน อ่านมันเข้าไป ท่องมันเข้าไปจนไม่ลืมหูลืมตา ฟิสิกส์ ม.ปลายเรียนไม่รู้กี่สูตรก็ท่องมันเข้าไป เคมีเรื่องอะไรก็อ่านไป ผมว่าแนวข้อสอบมันผิดคาดกับที่ผมคิดไว้จริง ๆ ครับ

ข้อสอบ PAT ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลย เพราะว่าใครอ่านมากก็ทำได้ แบบนี้คนไม่เก่งวิทย์แต่อ่านวิทย์แล้วทำได้ พอไปเรียนจริงก็ประยุกต์ไม่ได้ หรือสายที่ไม่ชอบพอสอบได้แล้วเข้าไปก็ไม่เวิร์กอีก PAT ไม่ได้วัดแววได้หรือวัดได้น้อยว่าคน ๆ นั้นเหมาะที่จะถนัดกับสิ่ง ๆ นี้หรือไม่เลย เพียงแต่วัดว่า "ได้อ่านและจำได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น"

และโดยเฉพาะ PAT3 ข้อสอบไม่ออกซัพพอร์ตกับวิศวะคอมพิวเตอร์เลยแม้แต่น้อย ออกอะไรก็ไม่รู้ให้กับวิศวะไฟฟ้า วิศวะวัสดุศาสตร์ วิศวะเคมี และอื่น ๆ ซะมากกว่า ซึ่งสรุปแล้วมันเป็นอะไรไปกันก็ไม่รู้แล้ว ไม่ปลื้มเลย

มุมกลับก็มีอีกละครับ ไม่อ่านเองช่วยไม่ได้ ไม่รู้จักอ่านหนังสือวัน ๆ ทำนู่นทำนี่ สมน้ำหน้า ฟิสิกส์ ม.ปลาย 800 กว่าหน้า ไหนจะชีวะ เคมีอีก รวมยอดพันกว่าหน้า จะท่องจะทำ มันจะจำได้ทั้งหมดไหม ?? และบางคนก็ถนัดกันไปคนละด้านอีก บางคนด้านไฟฟ้า บางคนด้านเคมี สรุปต้องพยายามให้ถนัดทั้งหมดสินะ - -


จากข้อสอบ GAT และ PAT ที่ผมได้สอบว่า ทำให้ผมมีความรู้สึกได้ว่าเมืองไทยเราส่วนใหญ่ยังเน้นการวัดความสามารถของคนจากการรู้ว่ารู้มากน้อยเท่าไหร่โดยที่ไม่รู้เลยว่าบุคคลนั้นจะมีความถนัดมากเพียงไหน พูดง่าย ๆ คือรู้มาก รู้ไปหมดคือดี แต่ที่รู้มากทั้งหลายนั้นอะไรละที่จะถนัดได้มากเพียงไหนกว่ากันละ ??

สรุปแล้ว GAT PAT ผมว่าไม่เวิร์กครับ (แล้วจะสารยายมาก ๆ ไปเพื่อ) เอ็นทรี่นี้อาจจะขัด ๆ กับความคิดของคนหลาย ๆ คนไปหน่อย บางคนอาจจะว่าผมอาร์ทตัวแม่ ก็เอาเถอะนะ

แล้วอะไรที่เวิร์กสุด ? ผมก็คงคิดว่าการสอบ Entrance เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของการศึกษาไทยครับ

ขอบพระคุณที่พยายามอ่านจนจบครับ มีความคิดเห็นอะไรก็แสดงได้นะครับ ถือว่าเป็นการเปิดทัศนคติของทุกคนให้กว้างขึ้นครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ช่ายค่ะ

ตอนทำข้อสอบGATงงกับวิธีตอบไปครึ่งชั่วโมง

เเล้วที่เป็นภาษาอังกิดยากมาก ศัพท์ยากไม่เคยผ่านตา

ส่วนเราสอบPAT อันที่เป็นความถนัดด้านศิลปกรรมอะค่ะ

บอกตรงๆทำไม่ได้ซักข้อ ตอนเลือกนึกว่าง่าย

เเต่ข้อสอบออกยากมาก

เหมือนพวกข้อสอบมหาวิทยาลัยมาก

เครียดมากอะ สงสัยคงต้องสอบตรงอย่างเดียว

#1 By ゚ベ★MOKO on 2009-03-22 08:35

เห็นแล้ปวดตับแทนเด็กๆ จริงๆ เลย
พี่แอดมิดชั่นรุ่นแรก ตอนนั้นยังร้องไห้แบบถล่มทลายเพราะเกลียดระบบนี้ ทำไมต้องมาเปลี่ยนรุ่นกรู
แนะนำสอบตรงด้วยคนจ้ะ พี่ก็รอดมาจากสอบตรงนี่แหละ

ไม่เห็นด้วยกับการวัดความถนัดเลย เอนทรานซ์อย่างเก่าดีกว่าน่ะแหละ แอบสงสัยว่าความถนัดวัดกันได้ด้วยเหรอ มันออกจะกว้าง (เอ๊ะ ชักงง)
คือรู้สึกวัดไปแล้วไม่ได้อะไรยังไงชอบกล จากที่น้องเขียนน่ะนะ

#2 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-03-22 08:50

PAT มันกว้างจริง ๆ แหละครับ อ่านฟิสิกส์แค่อันเดียวก็จะเดี้ยงละ - -

ยังมีแบบอ่านแล้วลืมเรื่องนี้ พอมาอ่านเรื่องนี้ก็ลืมเรื่องนั้นอีก - -*


ผมก็งงเหมือนกันว่าความถนัดเขาวัดกันได้ยังไงเหมือนกันครับ sad smile

หรือว่าจะวัดความรู้เมื่อเทียบกับเนื้อหามหาลัยแล้วหว่า embarrassed

#3 By kunemata on 2009-03-22 08:56

บางครั้ง อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี

เดี่ยวนี้มีการสอบเพื่อที่จะเข้ามหาลัยไว้ให้เลือกมากมาย

แต่สุดท้าย เราก็อิจฉาพวกที่ทันEntrance อยู่ดี

ถึงแม้ในหลายๆแง่ พวกเค้าจะมีโอกาสไม่เท่าเราbig smile
อ๋อ ลือแปะดาวให้ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
GAT PAT ...

โชคดีที่เกิดมานานแล้ว..เลยไม่ได้เจอ..sad smile

#6 By ►Junsh◎ku on 2009-03-22 17:45

เราเป็นรุ่นแรกที่มีระบบ O-net A-net ค่ะ แล้วพอผ่านไปสามรุ่น มันก็เปลี่ยนใหม่อีกละ สงสัยตามระบบเมืองนอกอีกนั่นหล่ะ

แต่เชื่อเถอะค่ะ การเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นอะไรที่มากกว่าการท่องจำ จะรอดไม่รอดอยู่วิธีเรียนนี่หล่ะ

#7 By プリン on 2009-03-25 13:24

ทำไมการสอบของเด็กสมัยนี่ มันช่างปวดหัวจริงๆ


ตั้งแต่เปลี่ยนระบบการสอบ เห็นแต่มีปัญหามากมายล่ะ



ว่าแต่เนะจำเค้าได้ป่ะ (ตามมาจากบล็อครูกิซัง+นิ้ง) คนที่เคยอยุ่บอร์ดโยไง


ไว้ว่างๆจะมาถามเรื่องเกมอีโค่ (ได้ข่าวว่าเนะเทพนิ)


(ก็อยากจะถามว่า สกิลมาริ อัพไรดี เรนเจอร์ที่เปลี่ยนจากคลาส 2 มา 3 แค่จ๊อบ 30 ถือว่าเปลี่ยนเร็วเกินไปมั้ย (อยากเล่นแส้) ว่าแต่เชจจะกลับซอ เอาสกิลไรดี - -" อะไรแบบนี้ที่อยากจะถามชาวบ้านชาวช่องในใจ ช่วงนี้ไม่อยากเข้าบอร์ด - -)

#8 By ♪ ๐PoupeE๐ ♪ on 2009-03-25 19:09

อืมรุ่นผมจะสอบ กฏกดา นี่แล้วด้วย

#9 By sso (222.123.239.178) on 2009-04-25 07:31

เฮ้อ

เหนื่อยใจมากเรยค่ะ

ตอนนี้กำลังจะขึ้นม.5

T_T

#10 By kwang (125.25.38.179) on 2009-05-05 12:32

อยากบอกว่า ระบบนี้เป็นระบบที่สร้างความปั่นป่วนให้กับเยาวชนได้ดีมาก ยิ่งนานวันยิ่งทำข้อสอบให้ยากขึ้น ซึ่งไม่เคยคิดเลยว่า เด็กและเยาวชนจะทำได้หรือไม่ คิดแต่จะพัฒนาให้การศึกษาดูดีขึ้นเทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเดียว อยากจะถามเหมือนกันว่าในสมัยของเค้าเองข้อสอบมันยากขนาดนี้มั๊ย แล้วจามาสร้างความกดดันให้เด็กเพื่ออะไร กลัวเด็กจะไม่บ้าหรือไง ยิ่งระบบGat Pat ยิ่งอยากถามว่าคนคิดใช้สมองส่วนไหนคิดขึ้นมา สอบครั้งแรกก็ไม่มีใครอยากจะสอบต่อแล้ว ที่เค้าจะสอบต่อๆไปอยากให้รู้จริงๆว่าเป็นเพราะเสียดายเงินกันทั้งนั้น ระบบเก่าๆก็ดีอยู่แล้ว จะหาผลประโยชน์จากเด็กหรือไง ไอ้เงินที่เก็บไปน่ะ เอาไปทำอะไรกันแน่ แพงก็แพง แถมยังไร้สาระอีก แค่ระบบเก่าเด็กก็เรียนกรวดวิชากันจนจะบ้าแล้ว แล้วนี่ยังมาเพิ่มไอ้การสอบบ้าๆนี่ ก็ต้องดิ้นรนเรียนกันให้รู้เรื่อง เสียเงิน เสียเวลา ไม่นึกเลยว่าความคิดของผู้ใหญ่ที่เป็นผู้พัฒนาการศึกษาจะคิดได้แค่นี้ น่าจะคิดให้มันดีก่อนนะว่าผลได้ผลเสียอะไรได้มากกว่ากัน พอข้อสอบยากเด็กทำไม่ได้ก็ว่าเด็กโง่ ที่แท้ใครกันแน่ที่โง่สร้างข้อสอบยากๆมากให้เด็กทำ ทำได้แต่ตัวเองน่ะสิ

#11 By KeLo (125.24.140.98) on 2009-05-11 14:27

อยากรู้ว่าข้อสอบpatจำเป็นต้องทำทุกข้อไหม

#12 By am (117.47.59.155) on 2009-10-10 22:31